ครั้งหนึ่ง!โค้ชเฮงร่วมแชร์ประสบการณ์ที่ไม่ลืมกับช้างศึก

วิทยา เลาหกุล อดีตกองกลางทีมชาติไทย ผู้เป็นนักเตะที่เคยไปค้าแข้งที่ประเทศเยอรมัน ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ การเล่นให้กับทีมชาติไทย

“ต้องเท้าความก่อนว่า ในอดีต การติดทีมชาติ เขาจะให้เสื้อทีมชาติแค่ 2 ตัวและรองเท้า 1 คูเพียงแค่นั้นทุกแมตช์ ผมก็จะนำเสื้อเหล่านั้น ไปไว้บนหิ้งพระ มันคือสิงที่ภาคภูมิใจมากๆ”   ufa1688 

“แมตช์แรกที่ผมเล่นให้ทีมชาติไทย คือการเจอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเราแข่งขันกันที่ สนาม ศุภชลาศัย โดยมีแฟนบอลเผ่านากันเต็มสนาม และล้นมาถึงตรงลู่วิ่งจนเกือบเข้าสนามเลย”

“เกมนั้นระหว่างเตะก็ต้องหยุดไปด้วย เพราะเราต้องขอร้องให้แฟนบอลให้ อย่าเลยเผ่านาในสนาม ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงแข่งไม่ได้ เกมนั้น เราชนะ ญี่ปุ่นไปได้ 3-0 โดยผมยิง 1 ประตู และ แอสซิสต์ อีก 1 ครั้งครับ”

“ส่วนแมตช์ที่ประทับใจที่สุด ก็คงเป็นตอนที่ผมได้เป็นกัปตันทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และพาทีมไปได้แชมป์ที่ไต้หวัน มันเป็นนัดแรกที่ผมได้เป็นกัปตัน”

“และผมก็ตั้งเป้าหมายไว้เสมอว่า ผมควรต้องติดทีมชาติเยาวชนให้ได้ ส่วนเป้าหมายสูงสุดก็คือการไปเล่นที่ยุโรป ผมก็อยากให้นักเตะไทย มีเป้าหมายที่สูงมากๆ ไม่ใช่แค่เป็นนักเตะอาชีพ หรือแค่ติดทีมชาติ”

“เพราะอย่างที่เราทราบ นักเตะญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ เป้าหมายของเขาคือการไปเล่นในยุโรป และมันก็จะเป็นบันได ที่ทำให้เขามาติดทีมชาติ เป้าหมายนักเตะไทยผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย จึงมองแค่เป็นนักเตะอาชีพ”

“ได้เล่นให้ทีมชาติ มันแตกต่างจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่วนที่เสียใจที่สุด ก็คือทุกครั้งที่เราแพ้แล้วต้องตกรอบ ความฝันของนักเตะอาชีพก็คือการเล่นทีมชาติ ต่อจากนั้นก็คือการพาทีมชาติไปบอลโลกรอบสุดท้าย”

“ที่เสียใจเพราะหลายครั้งเราไปไม่ถึงไหนเลย ซึ่งผมเชือว่านักเตะหลายๆคนที่พอพลาดหวังก็คงรู้สึกเสียใจมากๆเหมือนกับผม เพราะบางครั้ง การเล่นบอล คุณจะเก่งแค่คนเดียวไม่ได้ แต่มันต้องไปด้วยกันทั้งทีม”
 “กับทีมชาติไทย ผมจำได้ว่า มันยากมาก กว่าผมจะได้เล่นเกมแรก ผมมาอยู่ไทย เมื่อปี 2013 และตอนนั้น ภายหลังที่เล่นบอลไทยลีกไปได้ 3 เกม และผมก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ

“และได้ไปเก็บตัวกับทีมที่กาตาร์ แต่สุดท้าย ก็ไม่ได้เล่นในตอนนั้น เพราะมันติดขัดเรื่องเอกสาร เกมแรก ผมจำไม่ได้ว่าเจอกับใคร มันเป็นทัวร์นาเมนต์ซีเกมส์ ปี 2013 ในช่วงปลายปีที่เมียนมา”

“และเราก็ได้เหรียญทอง ความรู้สึกในการรับใช้ทีมชาติตอนนั้น มันมีทั้งความตื่นเต้น, ดีใจ และภูมิใจ และแม่ของผมก็สุขสบายมาก แม้ผมจะเล่นให้ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ชุดเยาวชนมาก่อน”

“แต่ผมก็ตัดสินใจเลือกไทย ผมเป็นลูกครึ่ง แต่ผมก็แฮปปี้กับการตัดสินใจของผม ต้องขอบคุณ วินฟรีด เชเฟอร์ ที่เคยเรียกผมไป และ พี่ซิโก้ ที่ให้ผมโอกาสผม”

“ผมคิดว่าสถิติของผมกับทีมชาติไทย ก็แย่เลยนะ และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทย ในยุครุ่งเรืองปี 2014 ที่เปลี่ยนแวดวงบอลไทยให้ไปอีกระดับ”

“แมตช์ที่ประทับใจที่สุด ก็มีหลายนัด โดยเฉพาะในช่วงปี 2014 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของผม นอกจากชัยชนะแล้ว สไตล์การเล่นของเราก็ทำให้แฟนบอลประทับใจ เราเล่นบอลสวยงาม”

“ผมจำได้ดีว่า ในเอเชียน เกมส์ ปีนั้น เราเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะแพ้ เกาหลีใต้ แต่เราก็แสดงให้มองว่าเราสามารถสู้กับระดับเอเชียได้ และแน่ๆ ต่อเนื่องมา ในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ”

“มันก็เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และผมก็สามารถยิงประตูในรอบชิงชนะเลิศได้ด้วย มันสุดยอดมาก แต่ถ้าต้องเลือกสักแมตช์จริงๆ ก็น่าจะเป็นเกมที่เราเปิดบ้าน เจอกับมาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศนัดแรก”

“ที่เราชนะไป 2-0 ส่วนแมตช์ที่ผมอยากลืมก็น่าจะเกมบอลโลก รอบคัดเลือก ปี 2016 ที่มีช่วงเวลาที่ไม่ดีหลายนัด ทั้งกับซาอุดิอาระเบีย ที่เรามีโอกาส”

“แต่เราก็บุกไปแพ้พวกเขา แต่ที่หนักที่สุด ก็คือการแพ้ต่ออิรัก 0-4 ซึ่งเกมนั้นเราเหลือผู้เล่นแค่ 9 คน บรรยากาศในตอนนั้นมันไม่ดีเท่าไหร่ และเราก็อยากที่จะลืมมัน” ณ ห้องทำงานนายกสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ เพื่อให้ให้ข้อมูลอธิบายรายละเอียดตามที่กลายเป็นข่าว โดย นายศราวุฒิ มาสุข ได้ให้ข้อมูลว่า ตนเองมีปัญหาหลายด้าน

ทั้งปัญหาครอบครัว และปัญหาด้านการเงิน แต่รับรองว่ากรณีปัญหาด้านการเงินไม่เกี่ยวกับการเล่นการพนันบอลอะไร ส่วนกรณีปัญหาครอบครัวเกิดจากตนเองได้แยกทางกับเมียมาระยะหนึ่งแล้ว

แต่ยังมีปัญหาการตกลงเรื่องบุตร ซึ่งเพิ่งจะจะตกลงกันได้โดยให้เมียเป็นผู้เลี้ยงดู และตนเองจะเป็นผู้รับผิดชอบในการส่งเสียค่าเลี้ยงดูจำนวนหนึ่ง

สำหรับปัญหาด้านการเงิน เพราะก่อนหน้านี้นายศราวุฒิฯ เคยสังกัดสโมสรใหญ่มีรายได้จำนวนมาก จึงไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก แต่ต่อมาเมื่อมาสังกัดสโมสรเล็กลงรายได้เริ่มไม่พอ

จึงจำเป็นต้องไปหยิบยืมจากเพื่อให้นๆ และพี่น้องๆ จึงทำให้เกิดความเครียดจากปัญหาส่วนตัวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ประกอบกับในช่วงที่บอลถูกเลื่อนการแข่งขันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19

ซึ่งในช่วงที่ไม่มีการแข่งขัน นายศราวุฒิฯ ได้ไปใกล้ชิดกับกลุ่มเพื่อให้นที่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จึงทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น และเกรงว่าถ้าหากไปร่วมซ้อมกับทางสโมสร

ตนเองอาจจะเป็นพาหะแพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่นได้ จึงได้ตัดสินใจแยกตัวไปอยู่ตามลำพังและไม่ยอมติดต่อกับบุคคลหนึ่งบุคคลใด เพื่อให้หลบหนีสภาวะความเครียดด้านต่างๆ

ที่มารุมเร้าอย่างหนักอยู่ระยะหนึ่งจนพ้นกำหนดระยะเวลากักตัว โดยนายศราวุฒิฯ ยังการันตีว่ามีความประสงค์ที่จะกลับมาเล่นกีฬาบอลในฐานะบอลอาชีพอีกทีหนึ่ง

เพื่อให้ให้เกิดความชัดเจนและทราบเรื่องจริงที่ถูกต้องในเรื่องดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น และเพื่อให้หาแนวทางแก้ไขปัญหาดังที่กล่าวมาข้างต้น รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือเยียวยา นายศราวุฒิ ตามสมควรแก่กรณี

นายกสมาคมฯ จึงแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.อวย นิ่มมะโน ประธานคณะผู้ตัดสินวินัยและมารยาทฯ, พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ที่ปรึกษาสมาคมฯ

และ นายยงยศ พึ่งธรรม รองเลขาธิการ (ข้างกฎหมาย) เป็นคณะผู้ตัดสินตรวจตราข้อสรุปและหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *